| จะเตรียมตัวอย่างไรหากจะไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส ในแต่ละปีมีนักเรียนต่างชาติเดินทางไปศึกษาต่อในระดับต่างๆที่ฝรั่งเศสโดยประมาณถึง150,000คน
ซึ่งในจำนวนนี้มีนักเรียนไทยรวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน
ถึงกระนั้นก็ตามจำนวนผู้สนใจจะไปศึกษาต่อในระดับสูงยังประเทศฝรั่งเศสก็เพิ่มมากขึ้นทุกปีสำหรับผู้ที่มีโอกาสเดินทางไปศึกษายังต่างประเทศนั้น
นอกเหนือจากวิทยาการแขนงต่างๆที่จะได้รับแล้วยังจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในด้านต่างๆอันหลากหลายทั้งภาษา,วัฒนธรรม,
ชีวิตความเป็นอยู่,
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย
และเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว
ปริญญาระดับต่างๆที่ได้รับจากมหาวิทยาลัยในฝรั่งเศสก็ยังเป็นที่รองรับในประเทศไทยอีกด้วย
แต่ทั้งนี้ก่อนที่จะเดินทางมาถึงจุดนี้ได้นักศึกษาส่วนใหญ่จะประสบกับปัญหาต่างๆมากมายนับตั้งแต่เริ่มต้นค้นหาข้อมูลสาขาวิชาและสถานศึกษา,
เรียนรู้ภาษาฝรั่งเศส,
ศึกษาวัฒนธรรมฝรั่งเศสและที่สำคัญที่สุดคือผู้ที่สามารถให้คำปรึกษาในการเตรียมตัวก่อนออกเดินทางได้
หน่วยงานที่ต้องติดต่อขอข้อมูล
ท่านควรจะเตรียมตัวก่อนล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งปี
เพื่อดำเนินการติดต่อสมัครเรียนในสถานศึกษาที่ต้องการ
เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยากและใช้เวลานาน
นอกจากนี้ท่านควรเก็บข้อมูลต่างๆให้พร้อมเพื่อช่วยในการวางแผนการศึกษาของตนโดยสามรถติดต่อขอทราบรายละเอียดได้ที่
CEDUST
หรือศูนย์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี*(1)
ซึ่งตั้งอยู่ในแผนกวัฒนธรรมของสถานฑูตฝรั่งเศสเลขที่29
ถนน สาธรใต้
นอกจากนี้ท่านอาจใช้บริการของ SFERE
สำนักงานส่งเสริมการศึกษาของฝรั่งเศส*(2)
ซึ่งตั้งขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้นักเรียนไทยที่จะไปศึกษาต่อยังประเทศฝรั่งเศสได้อีกด้วย
หน่วยงานนี้ดำเนินการในรูปแบบของบริษัทเอกชนแต่ริเริ่มและก่อตั้งขึ้นโดยกระทรวงสำคัญของฝรั่งเศส5กระทรวง
คือ ต่างประเทศ, กิจการอุดมศึกษา,
เกษตร, สหกรณ์ และกลาโหม
โดยได้ฤกษ์เปิดทำการในประเทศไทยเมื่อเดือนมกราคม1996ที่ผ่านมา
ปัจจุบันหน่วยงานทั้งสองแห่งที่กล่าวมานี้ได้ร่วมมือประสานงานกันอย่างใกล้ชิดและมีบทบาทหน้าที่ส่งเสริมกันดดย
CEDUST
ทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสารและ SFERE
ช่วยจัดการอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปศึกษาต่อในทุกๆด้านโดยผู้ที่สนใจจะต้องทำสัญญาเพื่อขอรับบริการดังกล่าวและต้องชำระค่าบริการทั้งสิ้น
41,150 ฟรังซ์ (205,750บาท)
ซึ่งจะเป็นค่าลงทะเบียนในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยฝรั่งเศส(ทั้งนี้นักศึกษาต้องผ่านการตรวจสอบหลักฐานเอกสารหรือสอบสัมภาษณ์ก่อนได้รับอนุมัติให้เข้าเรียน)
และในกรณีที่ถูกปฏิเสธ SFERE
ก็รับที่จะจัดสถานศึกษาแห่งใหม่ให้
นอกจากนี้ยังเป็นค่าจัดทำและรับรองว่าจะได้รับวีซ่าสำหรับนักเรียน,
ค่าดำเนินการลงทะเบียนและค่าธรรมเนียมเอกสารทางราชการฝรั่งเศส,
จัดหาผู้เดินทางไปรับที่สานมบิน,
จัดหาที่พักในหอพักหรือกับครอบครัวฝรั่งเศส,
ค่าประกันสุขภาพ1ปี,
ค่าเรียนฝรั่งเศสเร่งรัดเป็นเวลา3เดือน,
ค่าบริการต่างๆทางการศึกษา
และค่าบริการสำหรับที่ปรึกษาทางการ
ศึกษาขณะเรียนในมหาวิทยาลัย
นอกจากนี้ก่อนการเดินทางนักศึกษาจะต้องวางเงินจำนวน30,000ฟรังซ์
(ประมาณ150,000 บาท)
ซึ่งจะได้รับคืนเมื่อเดินทางถึงฝรั่งเศสและสามารถนำเงินจำนวนนี้ไปเป็นค่าใช้จ่ายในช่วงเดือนแรกด้วย
หลังจากนั้นจะต้องเตรียมค่าใช้จ่ายประมาณ
3,500-4,500ฟรังซ์(17,500-22,500 บาท)
ต่อเดือนเพื่อเป็นค่าที่พักและค่าใช้จ่ายประจำวันอื่นๆ
ในส่วนของการต่อสัญญากับ SFERE
ตั้งแต่ปีที่2เป็นต้นไปจะคิดค่าธรรมเนียมปีละ
19,000 ฟรังซ์
ลักษณะเฉพาะของระบบการศึกษาฝรั่งเศสที่ควรทราบ
การศึกษาในประเทศฝรั่งเศสอาจเป็นการศึกษาทั่งไปเช่นเดียวกับในมหาวิทยาลัยอื่นๆทั่วโลก
แต่บางสาขาจะมาจัดรวมอยู่ในสถาบันการศึกษาพิเศษเฉพาะด้านอาทิเช่น
IUT, IUPและ BTS
ซึ่งอาจเป็นการศึกษาทางวิชาชีพ
นอกจากนี้ยังมี
สถาบันการศึกษาชั้นสูง
ทางพาณิชย์ศาสตร์,วิศวกรรมศาสตร์หรือการปกครองระดับสูงอีกด้วย
ส่วนใหญ่แล้วระบบการคัดเลือกผู้เข้าการศึกษาต่อในสถาบันเหล่านี้จะเข้มงวดมาก
ผู้ที่เข้าสอบต้องมีพื้นความรู้ทางภาษาฝรั่งเศสดีมากและทางสถาบันจะรับนักศึกษาต่างชาติโดยมีเงื่อนไขพิเศษเท่านั้น
อนึ่ง
หากนักศึกษาไม่ได้รับให้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐบาล
ก็สามารถสมัครเข้าเรียนในสถานศึกษาเอกชนได้
แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงว่าค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าปกติ
ดังนั้นในขั้นตอนการสมัครครั้งแรกจึงควรเลือกมหาลัยเผื่อไว้
2 แห่งแล้วแจ้งให้ทาง CEDUST
ดำเนินการติดต่อกับทางฝรั่งเศสเพื่อเทียบโอนปริญญาต่อไป(เนื่องจากปริญญาของฝรั่งเศสและไทยไม่สามรถเทียบโอนกันได้โดยอัตโนมัติ)
จะลงทะเบียนเรียนในระดับใด
นักศึกษาที่ต้องการเข้าสมัครเข้าเรียนในชั้นปีที่1ในระดับอุดมศึกษาชั้นต้น(DEUG
หลักสูตร2ปีแรกในมหาวิทยาลัย)จะต้องจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย(ม.6)
และจะต้องผ่านการทดสอบความรู้ทางภาษาฝรั่งเศสซึ่งจะจัดให้มีขึ้นทุกปี
ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ CEDUST
โดยจะแบ่งเป็นการสอบข้อเขียนและปากเปล่า
ซึ่งผู้สอบควรจะมีเทียบเท่ากับการเรียนภาษาฝรั่งเศสเร่งรัดเป็นเวลา8เดือนโดยอาจเตรียมตัวเรียนภาษาก่อน
ได้ที่สมคมฝรั่งเศส
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเรียนในระดับ
DEUG
นี้จะค่อนข้างยากมากแม้สำหรับนักศึกษาชาวฝั่งเศสเองก็ยังมีเปอร์เซนต์การสอบไม่ผ่านสูง
สำหรับผู้ที่เรียนจบระดับปริญญาตรีจากประเทศไทยโดยทั่วไปแล้วจะสามารถ
เข้าเรียนต่อในระดับ LICENCE
(ปีที่3ของการศึกษาระดับอุดมศึกษา)โดยไม่จำเป็นต้องเข้าทดสอบความรู้ภาษาฝรั่งเศส
ก่อนการเดินทาง
กรณีนี้จะรวมไปถึงผู้ที่ต้องการสมัครเรียนในIUP
หรือ BTS
ด้วยแต่ผู้สมัครจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานต่างๆเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไปสำหรับนักเรียน
ที่เรียนภาษาฝรั่งเศสนั้นทาง SFERE
จะแนะนำให้เรียนควบคู่กันไปกับวิชาชีพใน
IUP
แต่ทั้งนี้จำนวนที่นั่งในสถานศึกษาเหล่านี้มักจะมีจำนวนจำกัดและผู้สนใจต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี,
มีผลการศึกษาดีและต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์ด้วย
ขั้นตอนการขอวีซ่าสำหรับนักเรียน
ในการติดต่อขอวีซ่านักเรียนสำหรับ3เดือน
นักศึกษาต้องดำเนินการติดต่อสมัครเรียนล่วงหน้ากับสถานศึกษาในฝรั่งเศสเสียก่อน
เมื่อได้รับหลักฐานตอบรับเข้าสมัครเรียบร้อยแล้ว
จะต้องนำเอกสารต่อไปนี้มาประกอบการยื่นขอวีซ่าต่อสถานกงสุลฝรั่งเศส-แบบฟอร์มที่กรอกและลงลายมือชื่อ
เรียบร้อยแล้ว2ฉบับ,
สำเนาบัตรประชาชนพร้อมคำแปล,
สำเนาสูติบัตรพร้อมคำแปล,
ใบรับรองที่อยุ่ในประเทศไทย,
หลักฐานการตอบรับเข้าสมัครเรียนล่วงหน้าในสถานศึกษา
ที่ฝรั่งเศส,
ใบรับรองหลักฐานการเงินจากธนาคาร(ประมาณ
30,000ฟรังซ์ หรือ 150,000 บาท)
หรือหนังสือรับรองจากผู้ปกครองยินยอมที่จะส่งค่าใช้จ่ายประจำเดือน
ให้นักศึกษาที่ประเทศฝรั่งเศสและท้ายสุดคือต้นฉบับประกาศนียบัตรหรือปริญญาบัตร
พร้อมคำแปลนอกจากนี้ผู้เดินทางจะต้องมีหนังสือเดินทางที่มีอายุไม่น้อยกว่า1ปี
เอกสารทั้งหมดนี้ให้ผู้เดินทางมายื่นด้วยตนเอง
ทางสถานกงสุลจะออกวีซ่าให้ภายใน3วัน
หากเอกสารถูกต้องครบถ้วน
ที่พักในฝรั่งเศส
เมื่อสมัครเรียนล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วนักศึกษาต้องเตรียมหาที่พักโดยสามรถเลือกได้หลายรูปแบบเช่น
พักกับครอบครัวชาวฝรั่งเศส,
พักในหอพัก, ห้องเช่า
หรือที่ท่านจะเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดคือหอพักในมหาวิทยาลัยในกรณีนี่
CEDUST สามารถให้รายละเอียด
และที่อยู่ของศูนย์ประสานงานมหาวิทยาลัยแต่ละเขตได้
แต่ท่านต้องไม่ลืมว่าของดีราคาถูกมักจะไม่ค่อยเหลือให้คนที่มาข้างหลัง
ดังนั้นโอกาสที่ท่านจะได้รับการพิจารณาให้เข้าพักในมหาวิทยาลัยจึงค่อนข้างน้อย
เนื่องจากในแต่ละปีมีผู้ขอเป้นจำนวนมาก
สำหรับการเลือกมหาวิทยาลัยท่านควรเลือกมหาวิทยาลัยประจำเมืองอื่นๆ
ซึ่งมีมาตรฐานการศึกษาเท่าเทียมกันมากกว่าที่จะเลือกเรียนในปารีสเนื่องจากค่าครองชีพจะสูงกว่าและหาที่พักได้ง่ายกว่า
อีกทั้งในปัจจุบัน
การเดินทางระหว่างเมืองต่สงๆมายังปารีสก็สามรถทำได้โดยสะดวกและรวดเร็วมาก
หากใช้บริการของรถไฟความเร็วสูง(TGV)
เช่น 3 ชม. จาก บอร์โดซ์, 2.30
ซม.จากเบอซ็องซงหรือลียง,
1ชม.จากลิลล์, 2 ชม. จากน็อง, 4 ชม.
จากมงต์เปลิเยร์, 5 ชม.
จากมาร์เซยย์ เป็นต้น
เมื่อเเรกเข้ามหาวิทยาลัย
ในบางมหาวิทยาลัยนักศึกษาต่างชาติที่ไปโโยทุนส่วนตัวสามรถขอความช่วยเหลือจากชมรมนักศึกษาต่างชาติได้
แต่อีกหลายๆแห่ง
และส่วนมากนักศึกษา
ต้องเรียนรู้และพึ่งพาตนเองโดยทั่วไปแล้วเมื่อเดินทางถึงฝรั่งเศส
ท่านจะต้องไปชำระค่าลงทะเบียนในมหาวิทยาลัย(ประมาณ
1,000-4,000ฟรังซ์ หรือ
5,000-20,000บาทต่อปีสำหรับนักศึกษาทั่วไป
และ 3,000-25,000 ฟรังซ์ สำหรับวิชาชีพ)
นอกจากนี้ยังต้องทำประกันสุขภาพ(4,000
ฟรังซ์-20,000 บาท
ต่อปี)และขออนุญาตพนักอยู่ในฝรั่งเศส
ต่อที่ว่าการปกครองเขตที่ไปศึกษาในกรณีที่ต้องอยู่เกิน3เดือนโดยจะต้องมีวีซ่านักเรียนไป
ก่อนหน้านี้แล้ว
หากท่านต้องการทุนการศึกษา
ทางรัฐบาลไทยมีทุนการศึกษา
ที่ให้ผ่านทางมหาวิทยาลัยและหน่วยงานราชการต่างๆด้วย
เช่นในปีที่ผ่านมามีนักเรียนทุนถึง120คนที่ได้ไปศึกษาต่อยังฝรั่งเศส
ท่านสามรถติดต่อได้โดยตรงกับมหาวิทยาลัยหรือสำนักงาน
ก.พ. เป็นต้น
*(1)
ติดต่อคุณจุฑามาศ-ฝ่ายเลขานุการของ
CEDUST
หรือศูนย์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี-โทร.02-2871592-8
*(2) ติดต่อคุณ Nicole Vairon-SFERE
สำนักงานส่งเสริมการศึกษาของประเทศฝรั่งเศสตามที่อยู่ต่อไปนี้
SFEREc/o หอการค้าฝรั่งเศส-ไทย
อาคารริชมอนด์ชั้น10 75/20
สุขุมวิท26(ซอยอารี) คลองเตย กทม.10110
โทร.01-9099377 |